ข่าวแจ้งสื่อมวลชน
THG เปิดแผนปี 67 รุก 3 ด้านหลัก ตั้งเป้าโตมากกว่า 10%

นายแพทย์ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ผู้นำธุรกิจดูแลสุขภาพอย่างครบวงจรและบริการที่มีคุณภาพด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ภายใต้แนวคิด “ดูแลคุณในทุกช่วงชีวิต” (Lifetime Health Guardian For All) เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจ รพ.เอกชน ต่อจากนี้จะเติบโตในลักษณะของเชนมากกว่าเติบโตเดี่ยวเพียงลำพัง โดยต้องมุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพบริการให้เทียบเท่าระดับสากลเพื่อดึงดูดกลุ่มคนไข้ต่างชาติสอดรับตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งสู่ medical hub ของภูมิภาค ขณะเดียวกันก็ต้องหาวิธีขยายตลาดใหม่ๆ นอกเหนือการรักษาโรคแบบเดิมใน รพ. ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่อง wellness ที่กำลังเติบโต และการดูแลผู้สูงอายุที่สอดคล้องบริบทของประเทศไทย ดังเห็นได้ว่าเทรนด์ลงทุนของ รพ.เอกชนไทยปัจจุบันตั้งอยู่บน 4 ทิศทาง คือ
- ลงทุนรองรับผู้ป่วยต่างชาติ
- ลงทุนเพื่อรองรับสังคมสูงวัย
- ลงทุนศูนย์แพทย์เพื่อรักษาโรคยากและโรคเฉพาะทาง และ
- ลงทุนด้านเวชศาสตร์ป้องกัน
ด้วยเหตุนี้ THG จึงวางแผนกลยุทธ์เพื่อพัฒนาผลลัพธ์ 3 ด้านที่ส่งผลต่อการเติบโตยั่งยืนระยะยาว ได้แก่
ด้านแรก “การสร้างรายได้เพิ่ม” ผ่าน 4 รูปแบบหลัก
1.จับมือ รพ.เครือข่ายและพันธมิตร ยกระดับขยายบริการทีมแพทย์เฉพาะทางถึงระดับตติยภูมิ ครอบคลุมทั้งโรคยากและโรคเฉพาะทาง พร้อมกับวาง Position ของ รพ.ธนบุรี ให้เป็นแฟลกชิปในการนำหุ่นยนต์ที่ใช้ทางการแพทย์เข้ามาใช้ อาทิ หุ่นยนต์ฝึกเดิน หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่า ข้อสะโพก ผ่าตัดมะเร็ง ผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ ฯลฯ
ขณะเดียวกันก็ได้ควบรวมการบริหาร รพ.ธนบุรี และ รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง เพื่อดึงจุดแข็งเสริมความแกร่งระหว่างกัน ขณะที่ รพ.ธนบุรี ตรัง ได้ทำการเชื่อมโยงเครือข่ายการส่งต่อผู้ป่วยกับอีก 5 รพ.ในเครือ THG ทางภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ รพ.ราษฎร์ยินดี อำเภอหาดใหญ่ สงขลา รพ.ธนบุรี ทุ่งสง นครศรีธรรมราช และอีก 3 รพ.เครือข่าย ได้แก่ รพ.ธนบุรี ชุมพร รพ.สิโรรส จังหวัดยะลา และ รพ.ราษฎร์นรา นราธิวาส
2.มองหาโอกาสขยายธุรกิจเฮลท์แคร์ นอก รพ. ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด อาทิ การเปิด Jin Wellness by THG ที่สยามพารากอน และเตรียมเปิดคลินิกเอาท์เล็ทเพิ่มอีก 2 แห่งในภาคใต้ ได้แก่ คลินิก รพ.ธนบุรี ทุ่งสง ที่เซ็นทรัล นครศรีธรรมราช และคลินิก รพ.ราษฎร์ยินดี ที่อยู่ระหว่างจัดหาสถานที่
3.เปิดศูนย์แพทย์เฉพาะทางด้านการรักษาโรคมะเร็งใน รพ.ส่วนภูมิภาค เบื้องต้นตั้งเป้า 3 แห่ง ได้แก่ รพ.สิริเวช จันทบุรี เตรียมเปิดปลายปี 2567 ขณะที่ รพ.ธนบุรี ตรัง และ รพ.อุบลรักษ์ อุบลราชธานี คาดเปิดได้ภายในปี 2568
4.ขยายการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเติม โดยในเมียนมา วางแผนขยายจำนวนห้องตรวจและเตียงใน รพ. Aryu International ทั้งอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในเมืองอื่นเพิ่มเติม ส่วน เวียดนาม เตรียมเปิด BeWell Health and Wellness Clinic สาขาแรก ณ นครโฮจิมินห์ ช่วงต้นไตรมาส 3 ปีนี้
ด้านที่สอง “การพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคม” เป็นโมเดลที่ THG ต้องการเข้าไปบริการสังคมและชุมชนให้เกิดความยั่งยืน โดยมี บริษัท ธนบุรี เสริมรัฐ จำกัด เป็นหัวหอกในการร่วมมือกับหน่วยงานรัฐแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร และการจัดการ เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีประสิทธิภาพแก่ประชาชน ปัจจุบันรับผิดชอบดูแลบริหาร รพ.สต.อบจ.ภูเก็ต และบริหารศูนย์หัวใจ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ รพ.ธนบุรี ทวีวัฒนา, ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน, รพ.พัทลุง และ รพ.ค่ายวชิราวุธ นครศรีธรรมราช ทั้งร่วมมือกับบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เปิดให้บริการคลินิกธนบุรี เสริมรัฐแห่งแรกในภูเก็ต ภายใต้ชื่อ “คลินิกหัวเช้า” เพื่อดูแลผู้ป่วย พรบ.อุบัติเหตุในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพิ่มการเข้าถึงการรักษาของประชาชนทุกสิทธิ
นอกจากนี้ THG กำหนดเป้าหมายระยะยาว “มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมสุขภาพของภูมิภาคอาเซียน ภายในปี 2593” ภายใต้ 3 หลักการ 1.Trusted Brand เพื่อส่งมอบคุณภาพการรักษาและการให้บริการระดับนานาชาติ 2.Human Centric สร้างสังคมแห่งการทำงานสร้างสุขและสังคมที่ยั่งยืน 3.Greener Business, Greater Environment ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงานและลดปริมาณขยะที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งที่เกิดขึ้นมากในธุรกิจสุขภาพ พร้อมตั้งเป้าหมายเป็นองค์กร Net Zero ภายในปี 2573 โดยนำร่อง รพ.ธนบุรี ทวีวัฒนา เป็นแห่งแรก ซึ่งปัจจุบัน รพ.ธนบุรี ทวีวัฒนา ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ด้านที่สาม “การพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่” เพื่อยกระดับบริการทางการแพทย์ของทุกโรงพยาบาลในเครือทั่วประเทศให้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ผ่านโครงการ “THG 7 Standards” ที่เป็นการนำบุคลากรรุ่นใหม่หลากสาขา จากทุกโรงพยาบาลในเครือมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมกันเพื่อเสริมจุดแข็ง 7 ด้าน อาทิ คุณภาพทางการแพทย์ การบริหารทรัพยากรบุคคล การสร้างภาวะผู้นำ การประยุกต์ใช้ดิจิทัล การสร้างแบรนด์และการตลาด ฯลฯ ที่จะสนับสนุนให้ทุกโรงพยาบาลทำงานเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายที่แข็งแกร่ง เกิดการคิดค้นพัฒนาโครงการ หรือ นวัตกรรมบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรและทุกภาคส่วน
“แผนกลยุทธ์ที่วางไว้ คาดจะช่วยสร้างการเติบโตไม่น้อยกว่า 10% จากปี 2566 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 9,844 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ทำได้ 393 ล้านบาท ทั้งตั้งเป้าหมายว่าภายใน 3-5 ปีต่อจากนี้ THG จะสามารถเพิ่มศักยภาพกลุ่ม รพ.secondary care สู่ super secondary care ได้มากขึ้น”